2005/Oct/05

ขอแอบต่อเนื่องจาก entry ล่าสุดนะคะ...
(.........จะแอบทำไม)

1. ถ้าเรียนออกแบบผลิตภัณฑ์ ไม่รู้ว่าจะลงลึกแบบนี้ไหมนะคะ
แต่สาขาที่ลงลึกกว่านี้จริงๆ เป็น วิทยาศาสตร์การบรรจุค่ะ
ซึ่งอิงก็ไม่ได้เรียนสาขานั้นแต่อย่างใด เพียงแต่สาขาที่อิงเรียน
มันเกี่ยวกันอยู่เล็กๆ เลยได้เรียน วิชาการบรรจุ
ไปตัวหนึ่ง เพราะเหตุฉะนี้แล...

2. ว่าด้วย ขวดแบบ beep beep พอซื้อมาใช้แล้วหมด
อิงก็ไปห้างแลเห็น ยี่ห้อคู่แข่งออก packaging เป็นกล่องกระดาษ
ซึ่งดูหน้าตาไปแล้ว สามารถเอามาใช้เติมเจ้า beep beep ได้
แม้จะเป็นคนละยี่ห้อกัน (ที่เลือกอันนี้เพราะมันน่าจะทิ้งได้ง่าย
สะดวกกว่าเอาแบบกระป๋องเหล็กมาเติมอ่ะค่ะ)

แต่... พอซื้อมาเติม ปรากฎว่า appearance ของสินค้า
ไม่งามเลยค่ะ สีนมข้นกลายเป็นสีขาวเข้มๆ ออกครีมๆ
ซึ่งโดยลักษณะทั่วไปแล้ว นมข้นหวานมันควรเป็นสีขาว
ครีมเจิดจ้ามากกว่าอ่ะค่ะ (บรรยายสีสันได้วิไลมาก หุหุ)

เลยกลายเป็นว่า ท้ายที่สุดมันก็ขึ้นอยู่กับสินค้าอยู่ดี
แพ็คเกจจิ้ง มันหลอกล่อให้เราซื้อได้ในหนแรกเท่านั้นล่ะค่ะ
(เหมือนคนไงคะ หน้าตาดี แต่งตัวสวย ก็หลอกล่อให้เรามอง
แต่พอพูดคุยกันสักหน รู้แล้วว่าสินค้าข้างในเป็นยังไง
คราวนี้ก็ตัดสินกันอีกอย่างแล้วล่ะค่ะ)

3. เรื่องบรรจุภัณฑ์ของไทย ที่จะเอาไปสู้กับญี่ปุ่น
เคย discuss ประเด็นเรื่องนี้เหมือนกันในห้องเรียน
ด้วยว่า อาจารย์จบจากญี่ปุ่น (อย่างที่บอกค่ะ ญั่ปุ่น
ค่อนข้างมีชื่อเสียงทางด้าน food science และ
รวมไปถึง packaging ด้วย)
เพราะอาจารย์มีพื้นฐาน
ความรู้เยอะมากกกกกกกกกกก เยอะจริงๆ คุยไปคุยมา
(ไม่เป็นอันเรียน มัวแต่คุยเรื่องไม่เป็นเรื่องกัน อิอิ)
มันก็วนกลับมาว่า บางครั้งเรายังขาดทัศนคติแบบ
ที่ควรจะภูมิใจใน อะไรที่เป็นของเราเอง
(ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรอ่ะค่ะ เรียกเป็นภาษาฝรั่งไม่เป็น)
พอเห็นอันไหนฮ็อต อันไหนฮิต เราก็ก็อปกันมาซะงั้น
งานมันก็เลยเป็น unique ได้แค่ในระยะแรกๆ
พอไปๆ อีกสักพัก มันก็เริ่มจะซ้ำซาก จำเจ
ซึ่งผลิตภัณฑ์ของญี่ปุ่น ส่วนใหญ่จะไม่เป็นอย่างนั้น
เช่นว่า ร้านราเม็ง ร้านอาหารเขา แต่ละร้านก็จะหา
จุดเด่นของตัวเอง ดึงขึ้นมาให้โดดเด่น
ไม่ต้องเลียนแบบใคร ซึ่งเมื่อทุกๆ ร้านทำแบบนั้น
ก็จะมีลูกค้าเป็นของตัวเอง ไม่ต้องไปแย่งชิงกับใคร

อิงก็ไม่รู้ว่าแบบนั้นมันจะมีผลเสียทำให้
เข้าถึงกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ได้น้อยรึเปล่า
แต่ว่า อิงคิดว่ามันค่อนข้างได้ผลดีกว่าในระยะยาว (มั้ง)

ไม่ได้ว่า คนไทยไม่ดีนะคะ
(ประเดี๋ยวโดนประท้วงอีก ^^")
ก็เข้าใจอยู่ค่ะว่า มันมีดี ไม่ดี ผสมกัน
ก็แค่คิดแบบ A girl who knows little
คือ ที่มีความรู้เนี่ยน้อยจริงๆ
แต่ใช้ความรู้สึกมาเขียนเอาซะมากกว่า เหะเหะ

วันก่อนนั่งรถไปกับพี่ นึกครึ้มอกครึ้มใจ
นั่งรื้อสมองหาเพลงที่เรียนในวิชา "โดนตี"
เมื่อตอนสมัยประถมขึ้นมาร้องกันใหญ่
แหม่...... สนุกจริงๆ อิอิ

ความจริงตอนนั้น วิชานี้เป็นอะไรที่
ทั้งรักทั้งเกลียดเลยจริงๆ

รัก คือ ชอบร้องเพลง ชอบที่ได้จับเครื่องดนตรี
แบบเล่นให้มันเป็นเพลงก็พอแล้ว
พอเขาให้ซ้อมเป่า เมโรเดียน เงี๊ยะ
โอ้ยย ถูกอกถูกใจเด็กหญิงอิงจริงจริ๊งงงง

แต่ที่เกลียดคือ.. วิธีการสอนของคุณครูดุมาก
ชอบเรียกให้ตอบว่า นี่โน๊ตอะไร
มีเสียงกี่จังหวะ อะไรทำนองนี้
แล้วแบบ... โง่ไงคะ ตอบไม่ได้
เลย "โดนตี" ตลอด.................

นอกจากนี้ ยังชอบขึ้นโน๊ตเพลงไว้บนกระดานดำ
ที่ห้องเรียนวิชา โดนตี นี่ล่ะค่ะ
1 อาทิตย์ เป็นความรับผิดชอบของนักเรียน
ต้องหาเวลาว่างไป ลอกให้เสร็จนะจ๊ะ

แต่เพราะความเฉื่อยของตัวเอง (บวกขี้เกียจลงไปด้วย)
เด็กหญิงอิง ลอกโน๊ตไม่เคยเสร็จทันซักกะอาทิตย์
เพราะมือช้า เพื่อนๆ เขาลอกเสร็จกันวันเดียว
อีกวันพอพักกลางวันก็ไปเล่นกันละ
ลงอิแบบนี้มีหรือคะ ขี้เกียจซะขนาดนั้น
มันจะยอมนั่งลอกอยู่นะค่ะ

ก็เฮ... ไปเล่นกะเขาดิ่คะ

ผลคือ โดนตี ทุกอาทิตย์
สมเป็นวิชา โดนตี จริงๆ

' เดินเราพากันเดิน สนุกเพลิดเพลิน เราเดินกันไป
นานจะนานเพียงไหน หนทางกว้างไกลไม่เคยไหวหวั่น
เดินนั่นคือการเรียน ต้องมีความเพียร พร้อมทุกทุกวัน
ปลายทางนั้น แม้ไกล จะไป ให้ถึงเอย... '

.....มีใครร้องเป็นมั่งป่าวคะ ^^

ป.ล. เขียนแล้วเลยนึกถึงคุณครูอรัญ ที่ทั้งตี ทั้งดุ
แม้ท่านจะเสียไปแล้ว แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าไม่มีท่าน
อิงจะอ่านโน๊ตเป็นไหมล่ะเนี่ยยยยยย -"-

ป.ล. 2 อาหารเจ นี่แพงจริงๆ เอาเถอะค่ะ
คุณพ่อค้าแม่ขายทั้งหลาย ปีละหน หยวนๆ ....

ป.ล. 3 เจ้เขาว่า... เฮ้ยอิง นั่งระลึกความหลัง
แล้วหัวเราะกิ๊กกั๊กเนี่ย .... คนแก่อ่ะ ^0^

รู้แล้วล่ะน่าาาาา.............. -"-

ป.ล. 4 กระดาษปาปิรัส เหมือนกระดาษสาไหม -"-
(สืบเนื่องจาก ต้นกกอียิปต์ ที่เป็นไม้น้ำ หม่าม้าซื้อมาวาง
ในโอ่งมุมบ้าน สวยงามน่ารัก ป๊าบอกว่า นี่ละมั้ง
ที่เขาเอาไปทำปาปิรัส รึเปล่า.... แล้วปาปิรัสมันเป็นยังไงอ่า)

ป.ล. 5 ฝนตกทั้งวันเลย แถมเจ้เพิ่งบอกว่า
งานหนังสือแล้วอ่ะ เขาเริ่มกันตั้งแต่วันที่ 2 ละ
อืมม ได้เวลาไปเดินมองผู้ชาย เอ้ย
เดินหาหนังสือหนุกๆ มาอ่านอีกแย้ว อิอิ
(ไม่บอกว่าหนังสือดีๆ เพราะไม่รู้ที่ซื้อมาอ่านดีไหม
รสนิยมส่วนตัว << อืมม คราวก่อนโน้น
ซื้อการ์ตูนหมีพูห์มา 10 เล่ม เอามาเปิดดูยังสงสัย...
ทำไปได้ไง แต่ก็อ่าน อิอิ สนุกดี)


ศิลปิน : Groove Riders
เพลง : ใส่ใจ (รายละเอียด)

* ฟังเนื้อหาแล้วน่ารักดี มีหลายเวอร์ชั่น แต่เลือกเวอร์ชั่น กรู๊ฟไรเดอร์มาละกันค่ะ แบบว่า... คุณบุรินทร์ น่ารักดี เหะเหะ (เกี่ยวไหมเนี่ยยย) *

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ซิง
#1  by  PeeTon At 2005-10-05 05:17, 
นั่งอัพไดดึกๆ นี่เอง
#2  by  PeeTon At 2005-10-05 05:23, 
พี่แอนเห็นด้วยคะ ตอนแรกเราอาจซื้อสินค้าด้วยแพ็คเกจ แต่ถ้าไป ๆ มา ๆ แล้วสินค้ามันทุเรศห่วยแตก เราก็ไม่ซื้อมันอีกต่อไป วะฮะฮ่า.. วะฮะฮ่า

แต่ถ้าแพ็คเกจไม่ดี ก็จะไม่มีใครซื้อมันอีกเลยนะแคะ.. งิ งิ..

บรรจุภัณฑ์แบบญี่ปุ่น สวยน่ารัก จริงๆ เพื่อนเคยซื้อขนมเค้กญี่ปุ่นมาให้กิน บรรจุภัณฑ์เริ่ด สุด ๆ แต่รสชาติอ้วกแตกมาก ต่อไป พอเพื่อนคนนี้ซื้อขนมมาให้อีก พี่เลยบอกว่า มันไม่อร่อยอ่า.. เราไม่เอาได้ป่ะ..

คิ คิ
#3  by  มาจากต่างดาว At 2005-10-05 08:42, 
โอ๊ะ งานสัปดาห์หนังสืออีกแล้วเหรอเนี่ย
#4  by  กิมจิ ณ แสร้งว่าฯ At 2005-10-05 09:49, 
มันก็วนกลับมาว่า บางครั้งเรายังขาดทัศนคติแบบ
ที่ควรจะภูมิใจใน อะไรที่เป็นของเราเอง
(ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรอ่ะค่ะ เรียกเป็นภาษาฝรั่งไม่เป็น)
พอเห็นอันไหนฮ็อต อันไหนฮิต เราก็ก็อปกันมาซะงั้น
งานมันก็เลยเป็น unique ได้แค่ในระยะแรกๆ
พอไปๆ อีกสักพัก มันก็เริ่มจะซ้ำซาก จำเจ
ซึ่งผลิตภัณฑ์ของญี่ปุ่น ส่วนใหญ่จะไม่เป็นอย่างนั้น
เช่นว่า ร้านราเม็ง ร้านอาหารเขา แต่ละร้านก็จะหา
จุดเด่นของตัวเอง ดึงขึ้นมาให้โดดเด่น
ไม่ต้องเลียนแบบใคร ซึ่งเมื่อทุกๆ ร้านทำแบบนั้น
ก็จะมีลูกค้าเป็นของตัวเอง ไม่ต้องไปแย่งชิงกับใคร

Brand Identity
กับ Unique Selling Points มั๊ง
#5  by  loft At 2005-10-05 11:00, 
self esteem หรือเปล่าน้องอิง???
เมื่อวานเห็นมันแปะ อยู่ในหนังสือ
ไอ้คำนี้ใช่ป่ะ ที่ให้ภูมิใจหรืออะไรสักอย่างนี่แหละ
ถูกเปล่าน้า?
#6  by  PeeTon At 2005-10-05 22:50, 
ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะคะ

ตอนนี้เรียนกราฟฟิคดีไซน์
เกี่ยวกับภาพลักษณ์ภายนอกเหมือนกัน
เหมือนจะต่างแต่แนวคิดก็คล้ายกันเลยคะ
#7  by  be it At 2005-10-08 17:20, 
ขอบคุณค่ะ
#8  by  โหลดเพลง (124.157.236.176) At 2009-10-07 18:53, 
hi all !!
#9  by  sears parts (124.157.184.118) At 2009-12-05 10:11, 

<< Home