Diary

พอเจอโหมดประหลาดสองวันซ้อน
เลยมีแต่คนแปลกใจ

บ้างก็ว่า โฉมใหม่ นางงามกว่าเดิม

บ้างก็ว่า ตัวปลอมมมม นางเอกเกิน... ตัวปลอมชัวรี่
(หึหึ ดูดี ไร้สติ แบบนี้ ไม่ปลอมหรอกค่ะ
ของแท้ ต้องมีกาม้าลาย << กาม้าลายอะไรของเค้าอีกล่ะน่ะ -"-)

ที่จริงไดฯ เอนทรี่นั้น
มีจำเลยให้กล่าวโทษอยู่หลักๆ เลย
ดีเจ ท้องฟ้า และ สายฝน

แต่อิงเข้าโหมดนั้นไม่ค่อยนานหรอก
วันนั้น เขียนเสร็จ ไม่นานก็หาย ก็ลืม
(เคยบอกไปแล้ว ว่ามันเป็นข้อดีของคนขี้ลืม หุหุ)

ยังไงก็ขอบคุณสำหรับ คำติ คำชม
คำปลอบ และ คำอะไรๆ ต่อมิอะไรที่ให้มาค่ะ

กลับมาที่วันนี้ ฤกษ์ดี เกือบครบองค์ประชุม
เลยกรีฑาทัพไป ทดสอบรสชาติของ

' เลอ บูลองเช่ '

ร้านเค้กในโรงแรมหรู โนโวเทล โลตัส สุขุมวิท 33
ก็บุฟเฟต์เค้ก 150 บาท ที่อิงเงื้อง่าราคาแพง
จะไปไม่ไป อยู่เมื่อไม่กี่วันก่อนนั่นล่ะค่ะ
.
.
.
อิงล้างท้องก่อนไปเลย....
(กะเอาซะคุ้มขนาดนั้นเลยนะ -"-)

อิอิ พูดเป็นเล่นไปน่าาาา ไม่ได้ล้างท้องหรอก
แค่ไม่กินมื้อกลางวัน เก๊าะเท่าน้านนนเอ๊งงงงง
(ช่าง...... ประจานความมัธยัสถ์ของตัวเองได้ดีเหลือเกิน << เรียกซะไพเราะ..."มัธยัสถ์" ... หุหุ)

ก็เอาเป็นว่า ไปกินล่ะค่ะ
รูปภาพอะไรทั้งหลาย ไม่ได้ถ่ายค่ะ
ไปกินแบบตั้งใจมากๆ (อืมม มีอายมั่งไหมเนี่ย)

กินไปบวกราคาไปด้วย (ที่ติงๆ ไว้ในวงเล็บ ดูจะไม่ได้ผล)
ถ้าบวกราคาตามป้าย ก็กินคุ้มค่ะ (กินไปประมาณ สองร้อยบาท)
แต่ถ้าบวกราคา ตามจริง
แบบว่า ตามราคาต้นทุนไม่บวกกำไร
ก็อาจจะไม่คุ้มเท่าไหร่ ... v_v

เมนูไม่ได้มีแค่ เค้กอย่างเดียว
ยังมีพวกขนมอบ อย่าง ครัวซองค์ (เขียนผิดรึเปล่าเนี่ย)
เดนิช, พัฟ, พาย อะไรพวกนี้ด้วย

อ่อ ลืมบอกค่ะ ราคานี้รวม เครื่องดื่มรีฟิลด้วย
(หนนี้อิงดำเนินยุทธศาสตร์พลาดสั่ง โกโก้เย็น ซะนี่
นึกว่าจะเอาขมโกโก้มากลบเลี่ยน ลืมไปว่าแบบ รีฟิล
เขาคงไม่ได้ใช้ โกโก้ดีขนาดนั้น -''-)

เลยแอบจิบชาของพี่สาวมั่ง
ผลัดๆ กับสไปร์ทของน้อง อิอิ

เค้ก รสชาติก็อยู่ในระดับมาตรฐาน
ไม่ถึงกับอร่อยทุกชิ้น
ที่ไม่อร่อยกินแล้วไม่เอาไหนเลย ก็มีค่ะ
(เช่นท็อฟฟี่เค้ก เป็นต้น << คนอื่นจะได้ไม่สั่ง)

ที่รสชาติพอขึ้นหน้าขึ้นตาหน่อยก็น่าจะเป็น
สตรอว์เบอรี่ชีสเค้ก บลูเบอรี่ชีสเค้ก
เค้กโยเกิร์ต ชิมไปแค่ประมาณนี้ล่ะค่ะ
อื่นๆ เป็นเค้กช็อคโกแลต ซึ่งดูท่ามันแล้ว
ถ้าให้เหมาหมดชิ้น คงเลี่ยนตายคาโต๊ะ
(ข้างบนนั่น บ้างก็ตักชิม คำสองคำ
ของสมาชิกร่วมโต๊ะนะ ไม่ได้เหมาคนเดียวหมด
มันจะดูท้องยุ้งพุงกระสอบไปเยอะเลย)

ส่วนขนมอบ ก็ค่อนข้างใช้ได้ทีเดียว
ตั้งแต่ ควิซเบคอน ขนมปังใส้กรอกชีส
(ไส้กรอกหอมดี สโมคมามั้ง
แต่ดันไม่เห็นมีชีส ขี้ตั๊วเบ่เบ๊จริงๆ)

พัฟเบคอนเห็ดหอม
(อันนี้พี่น้องเขาว่า อร่อยดี
อิงมัวแต่จุก เลยไม่ได้ชิม -''-)

ถ้าให้คะแนนก็น่าจะสัก 7.5 มั้ง (เต็มสิบน่อ)
ที่จริงอิงคิดว่า รสชาติดั้งเดิมคงอร่อยกว่านี้
เสียแต่ว่า พอเอามาทำบุฟเฟต์
เลยใช้หัวการค้า ปรับสูตรนิดๆหน่อยๆ
ทานแล้วจะได้เลี่ยนไวๆ
ก็จะกินได้น้อยลง เลยทำให้รสชาติไม่พอดี
มันก็เลยไม่อร่อยจัดๆ อย่างที่ควรจะเป็น

ขนมอบก็ชิ้นเกือบเท่าบ้าน แลดูน่าเกลียดไปนิด
สั่งมากินเพื่อเบรครสเลี่ยนของเค้ก
ทำให้เสียเนื้อที่ในท้องไปเยอะเลย
(รู้สึกเหมือนโดนแกล้งอ่ะ หุหุ)

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ใครจะไปทาน
ให้ใช้วิจารณญาณในการเลือกชิมเองดีกว่า
เพราะเทสต์ของแต่ละคน มันต่างกันนี่นา

ประเดี๋ยวไปสั่งตามอิง แล้วจะมาว่า

" ยัยขี้โม้ ไม่เห็นหร่อยเลย แหว่ะ "

^_______^

พอกลับมาบ้าน อดใจไม่ไหว
ตะลุยอ่าน "นานะ" จบเล่ม 9 เลย 555
(สะใจอะไรขนาดน้านนนนน)

อันที่จริง อิงไม่ชอบอ่านการ์ตูนแบบยังไม่จบชุดหรอก
แต่การ์ตูน คุณ Ai Yazawa นี่ อิงชอบมาก

เนื้อหาค่อนข้าง reality หน่อย แต่บางอย่างแอบเว่อร์ก็มี
เช่น... ตัวละครในเรื่อง หน้าตาดี หมด
อิงงี้ เห็นตัวละครผู้ชาย โผล่มา แต่ละฉากๆ
.
.
.
จะละลาย 555 หล่อจัง หน้าตาดีกันถ้วนหน้าเล้ยยยย

แต่... ก็ยังดีตรงที่ว่าไม่ได้เว่อร์ว่าดีแบบเจ้าชายไปหมด
คือ หล่อค่ะ หน้าตาดี แต่นิสัยก็มีดีๆ เสียๆ ปนกันไป

สรุปว่า อ่านหมด 9 เล่ม เพราะคนหล่อเยอะดี ฮี่ฮี่

ป.ล. 1ถ้าใครแอบแขว่ะอิงในใจว่า
แก่ป่านนี้ ยังอ่านการ์ตูนเป็นสาวสิบหก
ขอให้ชาติหน้า ทำงานเท่าไหร่ เอาไปซื้อการ์ตูนหมด เพี้ยงงง

(สงสัยชาติก่อน อิงคงแอบแขว่ะใครในใจแน่ๆ -"-)

ป.ล. 2 แล้วเมื่อไหร่ มันจะออกเล่ม 10 ล่ะเนี่ยยย
เฮ้ออออ เบี่ยย จริงๆ รอการ์ตูนออกเนี่ย เซร็งงงง
(เวลาบ่นแบบนี้ ดูวัยรุ่นดีแฮะ อิอิ)

ป.ล. 3 เขาลือกันว่า "นานะ" เป็นการ์ตูน รายปี... -"-
กว่าจะอ่านจบ ต้องแก่กว่านี้อีกหรอเนี่ยยย เฮร่ยยยยย...

ป.ล. 4 ตัวการ์ตูน โอซากิ นานะ ทำให้นึกถึงน้องในไดฯ คนนึง
ไม่รู้ทำไม สงสัยจะเพราะโทนการแต่งหน้าของการ์ตูนมั้ง
(อ่านขาวดำ ยังจินตนาการออกอีก เก่งจริงเลยแม่คุณเอ๊ยย)

ป.ล. 4 ทำไม ตัวผู้ชาย หล่อทุกคนเลย แถมชอบทำสายตา
อ่อนโยน โอ้ยยย... เห็นภาพอย่างกะลอยออกมาจากการ์ตูนเลยงั้นล่ะ
(ถ้าตัวเองเป็น โคะมัทซึ นานะ คงสลบตายไปแล้ว)

ป.ล. 5 แต่เอามาทำเป็นหนัง นักแสดงแต่ละคนเอามาเล่น..............


ง่าาา......... (เก็บการ์ตูนเป็นจินตนาการต่อไปน่าจะดีกว่า)

ป.ล. 6 ใครไม่เข้าใจ ขออภัยค่ะ แต่แบบ
อ่านการ์ตูนทีไร เป็นงี้ทุกทีเลย แฮะแฮะ




ศิลปิน : Almost 100
เพลง : ยืมหน้ามาฝัน

* กำลังคิดอยู่ว่า ถ้ามีใครมาร้องเพลงนี้ให้ฟัง
จะทำโปรโมชั่นพิเศษ ยืมหน้าไปฝัน จะแถมใจให้ไปดูแลอิอิ
(หัวเราะดังไม่ได้ น่าเกลียด... ต้องแกล้งเหนียมอายเล็กน้อย ^0^) *

** ส่วนระหว่างนี้ ก็ยืมหน้าพระเอกการ์ตูนไปฝันก่อน โฮะๆๆ **

ลืมตาขึ้นมองเพดานห้อง
ทบทวนความฝันที่เพิ่งผ่านไป
เหมือนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นจริง
ความรู้สึกวิบวับยังติดค้างอยู่ในใจ

ลุกขึ้นนั่งพลางคิดระลึกถึงภาพคนในความฝัน
คิดถึงแววตาที่มองมาราวกับคนไม่รู้จักกัน
และภาพตัวเองที่นั่งลงกับพื้น
.
.
.
.....ร้องไห้

ดึงความคิดตัวเองออกจากความฝัน
มองผ่านม่านมู่ลี่ห้องที่ดึงปิดไว้
เห็นท้องฟ้าสีอมทุกข์ ไม่สู้สดใสเท่าไหร่

สลัดภาพในหัว ละทิ้งความฝันเมื่อครู่ทิ้ง
ทำกิจวัตรประจำวันเรียบร้อย
วันนี้จะพาหม่าม้าไปซื้อของมาทำสวนเพิ่มเติม

บางช่วงที่มีร้านค้าเรียงรายอยู่เพียงเล็กน้อย
เลยขออาสานั่งเฝ้ารถดีกว่า
เปิดวิทยุฟังเพลง หมุนไปสองคลื่น
เปิดเพลง ปาฎิหารย์ ติดๆ กัน
แล้วความฝันเมื่อย่ำรุ่งถูกดึงกลับมาอีกครั้ง...
.
.
.
คนคุ้นหน้าคุ้นตา กำลังถ่ายมิวสิควิดีโอ
ฝันเพ้อเจ้อ เฟื่องไปว่า เขาได้เป็นนักร้องเชียวหรอนั่น
เห็นมือตัวเองจับจูงกับเพื่อนซี้
ออกวิ่งไปตามจุดหมายที่ปลายสายตาจับจ้องไว้

เพื่อนซี้หันมามองหน้าด้วยสายตาเป็นคำถาม

..แน่ใจนะ ว่าทำใจได้....

อะไรในบางอย่างในความฝัน
บอกตัวเองอย่างมั่นใจ ทำใจได้แล้วน่า...

ก็แค่อยากพูด อยากคุย อยากทักทายกัน

... ในความฝันสองคนสี่เท้าออกวิ่งไปให้ถึงที่ที่ตั้งใจ

แล้วเธอก็หันมา ในแวบแรกที่สบตาเหมือนระลึกได้
แต่แล้วก็กลับกลายเป็นว่างเปล่าไป
.
.
.
ความรู้สึกในฝัน ยังค้างติดในใจ
มาจวบจนถึงเวลานี้
...ที่พูดไปวันนั้น ยังโกรธกันไม่หายอีกหรือ...

รู้ไหม.....

ที่คุยกัน...ครั้งสุดท้าย
ที่บอกว่า ไม่อยากคุยแล้ว
ที่หัวเราะร่วนไป คุยไป

... ดูหนังที่ให้ไปรึยัง ...

... หนังหรอ เหอะ ..ไม่ชอบหนังที่จบเศร้า จะไม่ดูหรอก...

... ไม่ต้องดูทั้งเรื่องหรอก แค่ "ชื่อหนัง" ... ก็พอ

... ชื่อหนัง ??? .. จำไม่ได้นะ ไม่ได้ดูละเอียด ...

... จะไม่ดูจริงๆ หรอ ... ถึงไม่ดูเนื้อหา
ยังไงช่วยกลับไปดูชื่อหนังนะ ผมคิดอย่างนั้นจริงๆ

... อือ ว่างแล้วจะดูละกัน ช่วงนี้ไม่ว่างเท่าไหร่
มีอะไรอีกไหม ไม่อยากคุยไปขับรถไป...

...อืมม งั้นไม่รบกวนแล้วล่ะ ขับรถอยู่ฝนตกด้วย
เดี๋ยวจะอันตราย ขับรถดีๆ นะ ...

เธอวางโทรศัพท์ไป แล้วจากนั้นมาถึงเวลานี้ ... 2 ปี...

หนังเรื่องนั้น.. ถ้าให้บอกตามตรง

...เปิดดูตั้งแต่ได้มา...

เรื่องที่เกิดขึ้น ไม่อยากโทษว่า
ใครทำอะไร ผิดยังไง มันไม่มีประโยชน์
วันนั้นหลังวางโทรศัพท์ ยังสะใจที่ได้ตอกกลับแรงๆ
ยังรู้สึกตัวเอง "เจ๋ง" ทำได้ด้วยแฮะ

แต่พออารมณ์เย็นลง... ในใจคิดไป ว่า
...เธอจะรู้สึกยังไง...

ถึงตอนนี้
อยากถามแค่ว่า "..โกรธไหม..."
อยากพูดคำว่า "...ขอโทษ..."

แต่ก็คงไม่ได้ถาม ไม่ได้พูด
เพราะตัวเองเก่งมาก ทำลายหลักฐานได้หมดเกลี้ยง
เบอร์โทร, ข้อความ, เสียงเรียกเข้า, โพสต์อิท

ถ้าจะเหลือ...
คงจะเป็นแค่ ซีดีหนังเรื่องนั้น
กับความทรงจำในหัวละมั้ง

รู้... สำหรับเราสองคน บางทีโลกมันก็กลม
กลมจน คนรู้ใจของเธอ
มีฐานะเป็นเพื่อนของเพื่อนของเพื่อนฉัน

ไม่รู้... เธอคิดอะไร ถึงไม่พูดความจริง
ไม่รู้... เธอจะรู้ไหม ฉันคิดอะไรทั้งตอนนี้
ตอนนั้น และทุกเวลาที่คิดถึงเรื่องนี้...

.
.
.

ส่วนชื่อหนังเรื่องนั้น... ที่จริงไม่น่าถาม
...ฉันคิดว่า เธอน่าจะรู้ดีอยู่แล้ว...

..ทำไมจะไม่ดู ทำไมจะจำไม่ได้...
ก็เธอบอกเอง เห็นแล้วนึกถึงกัน....

" ING ... The happiest time of my life "


ศิลปิน : เอก สุรเชษฐ์
เพลง : ฉันขอโทษ

เมื่อวาน... ก็มีโอกาสไปงานหนังสือตามที่
เกริ่นไว้วันโน้นล่ะค่ะ กว่าจะออกไปได้
ก็ทุลักทุเลเหลือเกิ๊นนน อุปสรรคเยอะ

รับโทรศัพท์ 6 - 7 สาย จนไม่มีมือจะรับ
ไม่รู้จะโทรมาทำไมพร้อมๆ กัน รับไม่ทันวุ้ย

แล้วไหนจะน้องสาวโทรมาบอก
ทำรถควันขึ้นอยู่มหาลัย ทำไงดี...

ป๊าดดธ่ออ แล้วขับยังไงจนควันขึ้นเนี่ย... ฝีมือจริงๆ
(ฝีมือ ... เห่ย ... << แอบๆจิกไว้ เผื่อน้องมาอ่าน อิอิ)

กว่าจะไปถึงงานเลยปาเข้าไป บ่ายสองกว่า
ถึงจะเป็นวันธรรมดาสามัญชนผู้คนทำงาน
(แล้วทำไมคุณอิง ว่างออกมาคะ << แปลได้ว่า ไม่ทำงาน)
แต่รถก็จอดกันพรึ่บพรั่บสนั่นตา
น่าจะเป็นเพราะช่วงนี้ปิดเทอมพอดี

ไม่ต้องเล่านะคะว่า ไปเดินซุ้มไหน
เยือนร้านไหน ซื้อเล่มไหน ราคาเท่าไหร่
มันจะดูบ้าช็อปปิ้งไปนิดหนึ่ง

เอาเป็นเรื่อง บ้าผู้ชาย ดีกว่าค่ะ 555

อารมณ์แบบว่า คนมันเยอะมันก็ต้องหาช่องทาง
แทรกได้ก็แทรก เสียบได้ก็เสียบ ใช่ไหมคะ
มุมไหนจังหวะดี พลิ้วเข้าไปได้
ก็ต้องปรี่เข้าไปโดยด่วนเลย

อิงก็นับว่าขนาดตัวปานกลาง
เห็นจังหวะเหมาะๆ ก็แทรกเข้าไปเนียนๆ เลยค่ะ
แต่ก็น่าจะเป็นเพราะตัวปานกลางนี่ล่ะ
ที่ข้างๆ มันเลยเหลืออีกประมาณครึ่งตัวอิง
(มาตรวัดระยะประเทศไหนเนี่ย)

ยืนเอื้อมซ้าย เอื้อมขวายังไม่ทันไร
รู้สึกได้ว่า มีคนมายืนไอ่พื้นที่ว่าง
ขนาดครึ่งตัวอิงนั่นล่ะค่ะ

ยืนไม่ยืนเปล่า เอื้อมมือผ่านหน้าผ่านหลัง
หยิบเล่มนั้น วางเล่มโน้น อยู่นี่ล่ะ
ระยะห่างมันก็ยิ่งใกล้กันๆ เข้ามา
ทำนองว่า ถ้าอิงหันไป ก็จูบกันล่ะค่ะ (-"-)

ก็เลย...เริ่มรู้สึกว่าต้องโดน
ผีนางสาวไทยสิงกันหน่อยละมั้ง
เลยขยับเบียดป้าข้างๆ ไปอีกติ๊ดละกัน
ยอมโดนป้ามองหน้าหน่อยไม่เป็นไร
ถ้ายืนนานๆ แบบนี้เดี๋ยวโดนเบียดแขนสึกไป ล่ะแย่เลย
(ที่จริง ไม่น่าแย่.. น่าจะดี เพราะแขนใหญ่ สึกไปหน่อยก็ดี อิอิ)

พออิงขยับให้เท่านั้นล่ะ
..พ่อเจ้าประคุณเอ้ยยยยย...
แทนที่จะรู้ตัว อ้อมแอ้มเกรงใจซะหน่อย
นี่....พ่อคุณ เลยขยับยืนแบบกางๆ เอาซะเต็มเท่เลยนะพ่อนะ....
นัยว่า เออ แม่คนนี้มารยาทดีจริง (ตรู) ยืนสบายขึ้น

แต่...อิง ก้อออยังสติลอยู่ในระยะอ้อมแขนของชายหนุ่มพอเด๊พอดี
(บรรยายซะอย่างกะนิยายรักพาฝันเลยแฮะ อิอิ)
ราวกับว่าอิงจ้างมาเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวให้งั้นล่ะ...

คือ... ถ้าไม่ติดว่า หันหน้าไปจะจูบกัน
อาจจะหันไปถามแล้วว่า...

กอดกันเลยไหมล่ะเพ่... แหม่ ระยะประชิดเหลือเกินนิ


เอาเป็นว่าอิงหมดอารมณ์สนใจกับหนังสือไปแล้วล่ะค่ะ
เลยเดินแท่ดๆ ครึ่งข้างเป็นนกเพนกวินออกมา
ก่อนที่จะมีการเปิดฉาก ติดเรต แถวนั้นให้ประชาชีดู

แหม่.... นี่ถ้าหน้าตาดี จะไม่ว่าเล้ยยยยย 5555 (ป่อยยยย -"-)

เพราะงั้น สาวคนไหนไปงาน ก็ระวังคุณสุภาพกะหลุด
เหล่านี้ให้ดีๆ ละกัน จะจงใจ หรือบังเอิญก็ไม่รู้ล่ะ
แต่แบบ ไม่ต้องรักการอ่าน ขนาดนั้นก็ได้ม้างงง.....
.
.
.
เดินไปสักพัก มีโทรศัพท์เข้า
ใครก็ไม่รู้ เบอร์ไม่รู้จัก
ก่อนรับดูเบอร์ เลยเดาเอาว่า
อาจจะเป็นเพื่อน เปลี่ยนเบอร์โทรมาบอกเบอร์มั้ง

อิง : โหล......
ใครก็ไม่รู้ : ฮัลโหลคร้าบ...

อิง : ใครคะ (แต่ในใจคิดว่า พูดเพราะผิดปกติ ใช่เพื่อนแน่หรอหว่า)
ใครก็ไม่รู้ : ผมเองไง
อิง : .... (จะรู้ไหมเนี่ยย "ผม"ไหนวร้าา) ... เอ่อ จะขอสายใครคะ
ใครก็ไม่รุ : มดอ่าาาา (ทำเสียงตัดพ้อเล็กน้อย ก่อนเจือหัวเราะตอนท้ายๆ)
อิง : (เริ่มเง็ง ใครฟะ) มดไหนอ่ะ ไม่ใช่เบอร์นี้มั้งคะ
ใครก็ไม่รู้ : อ่ะแน่.... หุหุ (แล้วทำเสียงหัวเราะเหมือนมีพิรุธ)
อิง : (เริ่มลังเลนึกว่าเพื่อนอำมั้งเนี่ย แล้วเดี๋ยวเอาไปเผาลับหลังแน่ เลยทำเสียงแบบรู้ทันกลับไปซะเลย) แอ๋...... ใครอ๊ะ
ใครก็ไม่รู้ : ก้อลือ... ไง (คาดว่าคงเริ่มเง็งด้วยเหมือนกัน)
อิง : (เอาละวุ้ย ตกลงใครอำใคร ชักมึน) ลือไหนอ่ะ.. ใครกันแน่เนี่ยย (ชักมีน้ำโหและนะ อำไม่เลิก)
เขาว่าเขาชื่อลือ : ก็ลือไง ลืออ่ะ... ลือจริงจริ๊งง (น้ำเสียงเริ่มจริงจัง)
อิง : หง่า... (ชักสังหรณ์ใจ)โทดนะคะ คุณโทรเบอร์อะไร (เสียงเปลี่ยนทันทีฮ่ะ)
คุณบุญลือมั้ง : 01 - xxxxxxx อ่ะครับ
อิง : เหะเหะ คุณโทรผิดแล้วล่ะค่ะ กดใหม่นะคะ นี่ไม่ใช่เบอร์นั้นน่ะค่ะ เท่านี้นะคะ สวัสดีค่ะ... (วางอย่างรวดเร็ว)

... เลยไม่รู้ใครหน้าแตกกว่าใคร
นัยว่า ทั้งคู่ ดันคบเพื่อนขี้อำเหมือนกัน ... 555

...เจ๊ากันไปละกัน... อิอิ

ส่วนหนังสือ ปีนี้ทำเป้าได้ค่อนข้างดี
คัดเฉพาะที่อยากได้จริงๆ
และการ์ตูน (แวะเข้าไปละอายใจเต็มที
เด็กเป็นโขยงเลย ยืนแก่อยู่คนเดียว -"-)

หนังสืออื่นๆ ก็พอทำเนา (มันเป็นไงนะ ทำเนา เนี่ย)
คาดว่าอาจจะอ่านหมดในเร็ววัน
เพราะเป็นโรคบ้าเห่อ เอิ๊กๆๆๆ
อะไรได้มาใหม่ๆ ก็อ่านก่อน
ที่หมกๆ ไว้ ก็ไว้ตามเดิมนั่นล่ะก๊าาาา

ป.ล. เดินเตะอะไรไม่รู้ เล็บแตกเล้ยยย
เตะไปสามสี่อย่าง เลยระบุไม่ได้ว่าอย่างไหนเป็นจำเลย
เตะไปเกือบสิบนาที นั่งๆ แกว่งขาเล่น
คิดในใจว่า หนนี้ทำไมเจ็บนานจัง
(คือเตะบ่อย จนคิดว่า ประเดี๋ยวก็หายเจ็บเอง)
พอก้มลงมองเท้า ...แว๊กกก ...เลือดไหล...
วิ่งจ๊ากๆ ไปห้องน้ำ โวยวายอย่างกะบ้า
...เตะอะไรอ่ะๆๆ อยู่นั่นล่ะ

.... เพี้ยนจริงๆ .....
(ท่าทีในการเล่า เหมือนว่าเป็นคนอื่น
ที่จริงแล้ว ตัวเองนี่ล่ะ หุหุ << ภูมิใจหรอน่ะ)

ป.ล. 2 คุณหมอจอยมาคอนเฟิร์มความอร่อย
ของเค้กโนโวเทล.... โฮะๆๆ
งานนี้ อิงต้องไม่พลาดๆๆๆๆ (ย้ำมากจริงๆ)

ป.ล. 3 หลายเสียงยืนยันว่า หนังสือในเมืองไทยถูกแล้ว
อืมม สงสัยมันจะเป็นปัญหาเหมือนเรื่องน้ำมันมั้งคะ
บ้างก็ว่าแพงหง่า บ้างก็ว่า ถูกแล้วน้าาา นานาจิตตังค่ะ
(อาจจะถูก แต่อิง 'งกจัด' อันนี้ก็เป็นไปได้อยู่ อิอิ)


Artist : Cascade
Title : Rhythm of the Falling Rain

* แหม่.. เพลงเหมาะเหลือใจ ฤดูนี้ไม่ฟังเพลงนี้ จะไปฟังเพลงไหนกันล่ะค้าา *