2005/Oct/27

ลืมตาขึ้นมองเพดานห้อง
ทบทวนความฝันที่เพิ่งผ่านไป
เหมือนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นจริง
ความรู้สึกวิบวับยังติดค้างอยู่ในใจ

ลุกขึ้นนั่งพลางคิดระลึกถึงภาพคนในความฝัน
คิดถึงแววตาที่มองมาราวกับคนไม่รู้จักกัน
และภาพตัวเองที่นั่งลงกับพื้น
.
.
.
.....ร้องไห้

ดึงความคิดตัวเองออกจากความฝัน
มองผ่านม่านมู่ลี่ห้องที่ดึงปิดไว้
เห็นท้องฟ้าสีอมทุกข์ ไม่สู้สดใสเท่าไหร่

สลัดภาพในหัว ละทิ้งความฝันเมื่อครู่ทิ้ง
ทำกิจวัตรประจำวันเรียบร้อย
วันนี้จะพาหม่าม้าไปซื้อของมาทำสวนเพิ่มเติม

บางช่วงที่มีร้านค้าเรียงรายอยู่เพียงเล็กน้อย
เลยขออาสานั่งเฝ้ารถดีกว่า
เปิดวิทยุฟังเพลง หมุนไปสองคลื่น
เปิดเพลง ปาฎิหารย์ ติดๆ กัน
แล้วความฝันเมื่อย่ำรุ่งถูกดึงกลับมาอีกครั้ง...
.
.
.
คนคุ้นหน้าคุ้นตา กำลังถ่ายมิวสิควิดีโอ
ฝันเพ้อเจ้อ เฟื่องไปว่า เขาได้เป็นนักร้องเชียวหรอนั่น
เห็นมือตัวเองจับจูงกับเพื่อนซี้
ออกวิ่งไปตามจุดหมายที่ปลายสายตาจับจ้องไว้

เพื่อนซี้หันมามองหน้าด้วยสายตาเป็นคำถาม

..แน่ใจนะ ว่าทำใจได้....

อะไรในบางอย่างในความฝัน
บอกตัวเองอย่างมั่นใจ ทำใจได้แล้วน่า...

ก็แค่อยากพูด อยากคุย อยากทักทายกัน

... ในความฝันสองคนสี่เท้าออกวิ่งไปให้ถึงที่ที่ตั้งใจ

แล้วเธอก็หันมา ในแวบแรกที่สบตาเหมือนระลึกได้
แต่แล้วก็กลับกลายเป็นว่างเปล่าไป
.
.
.
ความรู้สึกในฝัน ยังค้างติดในใจ
มาจวบจนถึงเวลานี้
...ที่พูดไปวันนั้น ยังโกรธกันไม่หายอีกหรือ...

รู้ไหม.....

ที่คุยกัน...ครั้งสุดท้าย
ที่บอกว่า ไม่อยากคุยแล้ว
ที่หัวเราะร่วนไป คุยไป

... ดูหนังที่ให้ไปรึยัง ...

... หนังหรอ เหอะ ..ไม่ชอบหนังที่จบเศร้า จะไม่ดูหรอก...

... ไม่ต้องดูทั้งเรื่องหรอก แค่ "ชื่อหนัง" ... ก็พอ

... ชื่อหนัง ??? .. จำไม่ได้นะ ไม่ได้ดูละเอียด ...

... จะไม่ดูจริงๆ หรอ ... ถึงไม่ดูเนื้อหา
ยังไงช่วยกลับไปดูชื่อหนังนะ ผมคิดอย่างนั้นจริงๆ

... อือ ว่างแล้วจะดูละกัน ช่วงนี้ไม่ว่างเท่าไหร่
มีอะไรอีกไหม ไม่อยากคุยไปขับรถไป...

...อืมม งั้นไม่รบกวนแล้วล่ะ ขับรถอยู่ฝนตกด้วย
เดี๋ยวจะอันตราย ขับรถดีๆ นะ ...

เธอวางโทรศัพท์ไป แล้วจากนั้นมาถึงเวลานี้ ... 2 ปี...

หนังเรื่องนั้น.. ถ้าให้บอกตามตรง

...เปิดดูตั้งแต่ได้มา...

เรื่องที่เกิดขึ้น ไม่อยากโทษว่า
ใครทำอะไร ผิดยังไง มันไม่มีประโยชน์
วันนั้นหลังวางโทรศัพท์ ยังสะใจที่ได้ตอกกลับแรงๆ
ยังรู้สึกตัวเอง "เจ๋ง" ทำได้ด้วยแฮะ

แต่พออารมณ์เย็นลง... ในใจคิดไป ว่า
...เธอจะรู้สึกยังไง...

ถึงตอนนี้
อยากถามแค่ว่า "..โกรธไหม..."
อยากพูดคำว่า "...ขอโทษ..."

แต่ก็คงไม่ได้ถาม ไม่ได้พูด
เพราะตัวเองเก่งมาก ทำลายหลักฐานได้หมดเกลี้ยง
เบอร์โทร, ข้อความ, เสียงเรียกเข้า, โพสต์อิท

ถ้าจะเหลือ...
คงจะเป็นแค่ ซีดีหนังเรื่องนั้น
กับความทรงจำในหัวละมั้ง

รู้... สำหรับเราสองคน บางทีโลกมันก็กลม
กลมจน คนรู้ใจของเธอ
มีฐานะเป็นเพื่อนของเพื่อนของเพื่อนฉัน

ไม่รู้... เธอคิดอะไร ถึงไม่พูดความจริง
ไม่รู้... เธอจะรู้ไหม ฉันคิดอะไรทั้งตอนนี้
ตอนนั้น และทุกเวลาที่คิดถึงเรื่องนี้...

.
.
.

ส่วนชื่อหนังเรื่องนั้น... ที่จริงไม่น่าถาม
...ฉันคิดว่า เธอน่าจะรู้ดีอยู่แล้ว...

..ทำไมจะไม่ดู ทำไมจะจำไม่ได้...
ก็เธอบอกเอง เห็นแล้วนึกถึงกัน....

" ING ... The happiest time of my life "


ศิลปิน : เอก สุรเชษฐ์
เพลง : ฉันขอโทษ

2005/Oct/24

มุม (ที่) มอง

ร่ำๆ จะเขียนถึงหนังสือเล่มนี้หลายหนแล้ว
ไม่ใช่คอลเลคชั่นคุณ ซูสุกิ โคจิหรอกค่ะ
อันนั้นติดไว้ก่อน ยังไม่มีอารมณ์เอามาลง หุหุ

หนังสือเล่มที่ว่าคือ "เมื่อสวรรค์ให้รางวัลผม"
เนื้อเรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องของคนๆ หนึ่งที่ได้รับรางวัล
จากสวรรค์ให้กลับมาอยู่ในร่างของเด็กคนหนึ่ง...
โดยรวม ก็อ่านสนุกในแบบของวรรณกรรมเยาวชน

....มาโคโตะ เป็นร่างของเด็กที่
วิญญาณซึ่งได้รางวัลจากสวรรค์นั้นได้เข้าไปอยู่
มาโคโตะ เด็กชายที่ดูเหมือนจะมีปัญหา
กับสังคมทั้งในแบบ ครอบครัว และโรงเรียน
ท้ายที่สุดเกิดเป็นแรงกดดัน จนต้องฆ่าตัวตาย

(ตอนอ่านเรื่องย่อ ยังเง็งว่า ทำไมเอาเรื่อง
เด็กฆ่าตัวตายมาจัดเป็นวรรณกรรมเยาวชน)

แต่เมื่อวิญญาณที่ว่า มาอยู่ในร่างมาโคโตะ
แล้วค่อยๆ ค้นพบความเข้าใจผิดทีละอย่าง...

จนได้รู้ว่า แท้จริงแล้ว ล้วนเป็นความเข้าใจผิดทั้งนั้น

....คนส่วนใหญ่มักมอง หรือตัดสินอะไร
ด้วยทัศนคติเพียงแง่มุมเดียว คือ มุมของตัวเอง
จนบางทีเหมาเอาว่า มุมของตัวเองนี่ล่ะ
คือ สิ่งที่คนอื่นเขาคิดกัน

อย่างบางทีเคยเห็นบางกระทู้ในเนต
วิจารณ์ตัวเดินเรื่องในละครไทยแบบนี้....

...พระเอก โง่ จัง ไม่รู้ทันตัวร้าย...
...เมื่อไหร่ นางเอก ละครจะฉลาดนะ...

ทำนองนี้อ่ะค่ะ อิงเองก็เคยคิดเหมือนกัน
(ไม่ใช่ว่า ไม่เคยทำหรอก ฮี่ฮี่ ... ^0^)
แบบอ่านนิยายแล้วคิดว่า โอ้ยยย ทำไมโง่อย่างงี้เนี่ยยยย

แต่ถ้าคิดเปลี่ยนเป็นสถานการณ์ของตัวเองแล้ว
เรื่องมันจะเปลี่ยนเป็น 2 มิติ
ภาพมุมสูงที่มองเห็นในทุกฉากทุกตอน

กลายเป็นเพียงแค่มุมซ้ายขวาหน้าหลัง
แต่มองไม่เห็นภาพรวมทั้งหมดเหมือนคนอ่าน

เพราะฉะนั้น ก่อนที่จะวิจารณ์เรื่องอะไร
ตัดสินใจเข้าข้างใคร ถือหางฟังความจากไหน
ถ้าไม่รู้เรื่องทั้งหมดจริงๆ
คงไม่กล้าซี้ซี้วชี้หน้าด่าประจานใคร

นอกเหนือจากบางที สิ่งที่เราเห็น
มันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด
ถ้าใส่ อคติ ตัณหา ความรัก ความชอบ
ความสนิท เสน่หากันเป็นการส่วนตัว
หรืออะไรแบบนี้ลงไปด้วยอีก ก็ยิ่งแล้วใหญ่

....ดูตัวอย่างไม่ใกล้ไม่ไกล....
เมื่อตอนกินเจที่ผ่านมา พาอากงไปกินข้าวด้วยกัน
พอถึงตอนสั่งน้ำ อากงก็หน้าบึ้งไม่สบอารมณ์และ
เพราะร้านสีฟ้า ไม่มี น้ำสไปร์ท อย่างที่อยากกิน
(อากงใครเนี่ย เอาแต่ใจเป็นที่ซู้ดดด)

มองหน้าพนักงานจดเมนู อิงก็รู้เลยว่าคิดอะไรอยู่
แอบคิดในใจล่ะซี่ ว่าอากงของอิง เรื่องมากชะมัด -_-''

แต่ในใจหลานๆ 3 คนที่ไปด้วยกัน
มองตากันแล้วแอบคิดว่า อากงตลกดี
เลยส่งตัวแทนวิ่งไปซื้อน้ำกระป๋อง
มาเอาใจคนแก่ซ้าาาหน่อย

เอามาเล่าให้คนในครอบครัวฟัง
ญาติฟังไป ก็ยิ้มๆกันไป....

แต่ลองเป็นคนไม่รู้จักสิ
ในสายตาคนนอก
คงมองเหมือนเด็กจดเมนูนั่นล่ะ

... เห็นไหมว่า จะมองคน ตัดสินคนๆ หนึ่ง
มันไม่ง่าย ไม่หมู อย่างที่คิดว่า จะทำก็ทำได้
เพราะงั้น ก่อนจะคิด จะด่า จะว่า ใคร
ให้แน่ใจก่อนละกัน ว่าตัดอคติทั้งหมดแล้ว
หรือรู้เรื่องทั้งหมดมาละเอียดอย่างดีแล้ว...

ป.ล. เขียนมานี่ ใช่ว่าตัวเองจะทำได้ทุกครั้งไป
บางทีเผลอๆ ก็หลุดมาเหมือนกัน

ป.ล.2 แต่.. ถึงยังไงตอนนี้ ก็ยังคิดว่า อากงน่ารักอยู่ 555
(อิงเป็นคนไม่มีความลำเอียงเลย ยุติธรรมมากกกก -"-)

ป.ล.3 แต่แอบภาคภูมิใจนิดหนึ่ง
เพราะรู้สึกว่าคนที่มาอ่านไดฯ อิง
ไล่นับไปทีละคนๆ แทบไม่มีคนประเภทนี้เลย

ป.ล.4 อมยิ้มกันทำไมอ่ะคะ อิอิ...


ศิลปิน : Silly Fools
เพลง : น้ำลาย

* ใส่เพลงนี้ล่ะเหมาะนักเชียว แต่.... ใครอย่าดอดไปบอกอากู๋เขาล่ะ
ไม่งั้นอิงล่ะหูตูบ นอนกรงแน่เลย -"- (แล้วจะใส่ทำม๊ายยย) *

2005/Oct/21

มีโอกาสฟังเพลงนี้แค่หนแรกก็รู้สึกชอบเลย
ชอบที่สุดน่าจะเป็นท่อนฮุค

" ยังไงก็ยังติดพื้น ยังยืนยังเดินแบบฉัน
ใครที่เขามีปีก พร้อมจะบิน ก็ให้เขาบินไป
เกิดมาเป็นคนเดินช้า ก็ไม่ขอทำตามอย่างใคร
ฝันไม่ใหญ่เกินตัว.... "

ที่ชอบ เพราะตัวเองเป็นคนเดินช้าจริงๆ
... คือที่จริงเดินเร็ว แต่... ขาสั้น.. (ป่อยยย...) มันเลยช้า หุหุ

บางทีไปกับเพื่อนผู้ชาย ไอ่เพื่อนก็ขายาว
เดินเอาๆ ไม่หันมาเหลียวแลเพื่อนมั่งเลย
จนหันมาไม่เจอน่ะล่ะถึงจะรู้ตัวว่า ทิ้งอิงไว้ข้างหลัง
(ย้ำเพื่อนผู้ชายค่ะ เพราะถ้าเป็นแฟน คงเดิน
หงุงหงิงกะหนุงกะหนิงกันตลอดทาง
ไม่ทิ้งให้อิงจ้ำตามหลังแน่นอน...)

ถ้าเป็นเพื่อนผู้หญิงด้วยกันก็ยังดีหน่อย
นอกจากความสูง (ของขา) ที่ใกล้เคียงกัน
แล้วยังมักแวะพักสายตา
ที่จุดจูงใจใกล้ๆกัน (เช่น ร้านขายเสื้อผ้า
แผงขายต่างหู เป็นต้น ^^)

ฟังเพลงนี้เลย รู้สึกดีจริงๆ 555
(มันเกี่ยวมากเลยนะเนี่ย.....)
นอกจากเหตุผลเดินช้าแล้ว ยังรู้สึกเพลง
มันทำให้คนฟัง เดินไปในแบบที่ตัวเองเป็น
ดูแล้วเป็นตัวของตัวเองดี แค่เดินช้า ไม่ได้ทิ้งฝัน ^0^
(ประมาณ... ขาสั้น แต่ยังมั่นใจ อิอิ)


ที่จริงเขียนเกี่ยวกับหนังสือ Ring Spiral
Loop และ Birthday เอาไว้..
หนังสือของคุณ ซุสุกิ โคจิ ซึ่งคิดว่า
หลายๆ คนคงอ่านจบไป "นาน" แล้ว

แต่เขียนเสร็จ อ่านดูอีกรอบมันไม่ค่อยเหมือน
เขียนรีวิวหนังสือที่ผู้คนเขาทำกันแฮะ

กลายเป็นว่าเหมือนเขียนว่า
อิงอ่านหนังสือเล่มนี้ได้ไง 555
แล้วบังเอิญวันเขียนเสร็จยังไม่ว่างมาลง
เซฟเก็บไว้ พอมาวันนี้ก็ไม่อยากเอามาลงแล้ว
(เป็นงั้นไปอีก อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ จริงหนอคนเรา)

ก็งี้ล่ะคะ ฟังเพลงอินดี้ ต้องทำอารมณ์ขึ้นๆลงๆ
เผื่อจะได้ดู ติสต์ๆ กะเขามั่ง ฮี่ฮี่ (ลงทุนจริงๆ)

เอาไว้ช่วงไหนหายไปนานๆ แล้วไม่มีอะไรจะเขียน
จะเอามาลงแล้วกัน เรื่องมันผีๆ วิทย์ๆ ดีเหมือนกัน



นอกเรื่อง : วันก่อนไปซื้อต้นไม้เขาว่ากระถางละ 20
หม่าม้ากับอิงต่อตามธรรมเนียมรอบแรก 3 กระถาง 50 นะ
พ่อค้าก็เอ้า ว่าง่าย ว่าไงว่าตามกัน...
ระหว่างพ่อค้ากำลังไปหยิบถุงมาใส่ให้
สองแม่ลูกก็แอบซุบซิบกัน

หม่าม้า : อิงๆ เขามีบานชื่นแคระสีชมพูเหมือนบ้านเราเลย

อิง : อืออ แต่บ้านเราทำไมมันกลายเป็นสีขาวไม่รู้เนอะ (อ่านไม่ผิดค่ะ
มันเปลี่ยนเป็นสีขาวจริงๆ กำลังคิดว่าเป็นเพราะดิน)


หม่าม้า : นั่นน่ะสิ สีชมพูสวยจัง หม่าม้าอยากได้สีนี้อ่ะ

อิง : แอ่ะ.. ก็บ้านเราก็เป็นสีนี้แหล่ะ อิงว่ารออีกพักก่อน สีอาจจะ
เป็นสีเดิมก็ได้นะม้าา


หม่าม้า : หรอ.. แต่ม้าอยากได้อีกต้นนึงอ่ะ ไปใส่รวมๆ กัน

อิง : อ่าหรอ... ขอเขาดูมะ เผื่อเขาให้ (อิงคิดได้ไงไม่รู้)

หม่าม้า : เออเนอะ เดี๋ยวม้าลองดู (ม้าก็นะ ยุขึ้นดีเหลือเกิน)

อีกสักพัก...พ่อค้ากลับมาพร้อมถุง 1 ใบ

หม่ามี้ : นี่ๆ พ่อค้า... พี่เอา 6 กระถางเลยละกัน ร้อยนึงนะ

พ่อค้า : ครับๆๆ (ท่าทางดีใจ สงสัยวันนั้นจะขายไม่ค่อยดี)

หม่ามี้ : เออเนี่ย... พี่เอา 6 กระถางแล้ว แถมอันนั้นให้พี่ต้นหนึ่งสิ
ที่บ้านพี่มันเปลี่ยนเป็นสีออกขาวหมดเลย พี่จะเอาไปแซมกัน


พ่อค้า : (เหวอสุดๆ แต่ก็...) เอ่อ.. อ่า.. ก็ได้ครับ เห็นว่าพี่ซื้อง่าย
ผมแถมให้ละกัน

อิง : ..... (พ่อค้าเป็นโปเตโต้แน่ๆ... กล้าขอกล้าให้ ...ไว้มาขออีก 555)

ป.ล. โปเตโต้ คือชื่อวงที่ร้องเพลง
"กล้าขอ กล้าให้" ค่ะ (เผื่อใครไม่เก็ท ^^)

ป.ล.2 การซื้อต้นไม้เป็นความสุขอย่างหนึ่ง
เพราะเห็นของสวยๆงามๆตลอดทาง
(ได้ข่าวว่าตอนนี้ กุหลาบหิน เต็มบ้านเลย
เนื่องจากมันสวยดี เลยกวาดซื้อมาทุกสี)

ป.ล.3 ซื้อมาแล้วไปศึกษาวิธีเลี้ยงด้วยนะคะ
ไม่งั้นประเดี๋ยวมันตายอ่า....

ป.ล.4 อืมม เลี้ยงปลาก็แทบแย่ละ ยังจะซื้อต้นไม้มาอีก.. -"-

ป.ล.5 มีคนติงแบบอ้อมๆ (แต่อิงก็ร้อนตัว 555)
เกี่ยวกับเรื่อง การหลงประเด็น เช่น...
ไดฯ เขาเขียนเรื่องหนึ่ง คุณเธอก็แล่นแตร๊เข้ามา
คอมเม้นต์อีกประเด็นหนึ่ง
ซึ่งเกี่ยวกันแต่ไม่ใช่ประเด็นหลักที่เขาต้องการ อะไรงั้น
อิงเลยสงสัยว่า เวลาอิงไปเม้นต์ให้ใครต่อใครเนี่ย

รู้สึกว่า อิงหลงประเด็นไหมอ่ะคะ (เสียเซลฟ์ไปเลยนะเนี่ย)
เพราะบางที เม้นต์เสร็จกลับไปอ่านเอง ก็รู้สึกนิดๆ เหมือนกัน
ว่าตัวเอง หลงประเด็นจริงๆ (เอ๊ะ ก็รู้ตัวนี่หว่า ^0^)

ขอรู้ความเห็นคนอื่นบ้างอ่ะค่ะ แต่คงแก้ไขอะไรไม่ได้ อิอิ
อิงเป็นงี้มานานละ Organize ไอเดียไม่ค่อยเก่ง
(แม้ว่าเมื่อก่อนตอนเขียน essay จะได้คะแนน part นี้มากสุด
แต่เข้าใจว่า..อาจารย์คงไม่รู้จะไปให้ตรงไหน ครั้นจะให้ตกเลย
ก็กลัวอิงเสียใจมั้ง เนื่องจากห่วยไปซะทุกที่
เลยมีแค่ตรงนี้ละมั้ง ที่พอจะช่วยได้ 555)

ป.ล. 5 อื่มม ตอนแรกนึกว่าวันนี้จะอัพสั้นๆ
ไปๆ มาๆ ก็เรื่อยเจื้อยอีก.... จนได้ -''-



ศิลปิน : เภา รัฐพล พรรณเชษฐ์
เพลง : คนไม่มีปีก

* น้องสาวเอามาร้องว่า ... เกิดมาเป็นคนเหมือนช้างงงง ... -"- *